ชีวิตอเมริกาของพวกเรา

IMG_9425.JPG

บ้านต่างๆเริ่มตกแต่งฮัลโลวีนแล้ว คนที่นี่ไม่ถือ ที่จะแต่งหน้าบ้านเป็นสุสาน รวมทั้งบ้านข้างๆเราด้วยคับ

ผมกับน้องฟ้าใส ชอบไปดูบ้าน Jesse ที่เต็มไปด้วย ซอมบี้ น่ากลัวสะใจ

IMG_9390.JPG

น้องฟ้าใสสนใจ pumpkin หรือที่น้องเรียกว่า พังกิ้ง (สงสัยฟักทองอิมพอร์ตจาก ปักกิ่ง) ชอบคอยชี้ดู พังกิ้ง อยู่เรื่อย

ตั้งแต่เราย้ายกลับมา พาโล อัลโต้ เราก็ถีบจักรยานกันเป็นประจำ ตอนเย็นๆ อากาศดีมากๆ

 

IMG_9411.JPG

IMG_9388.JPG

 

มามี้ชอบบอกตอนถีบจักรยานใน Old Palo Alto ว่า “เหมือนสวรรค์เลย สวรรค์ในจินตนาการเป็นแบบนี้แหละ”

ผมก็ชอบนอนสนามหน้าบ้าน ดูท้องฟ้า แล้วก็บอกว่า “สวยจังเลย” แล้วพยายามจะเอากล้องมาถ่ายท้องฟ้า

ฟ้าที่นี่สวยจริงๆ ฟ้าจัดจ้านเหมือนที่เห็นในโปสเตอร์วิวต่างๆ บางทีมีเมฆก้อนเล็กๆประปรายเป็นรูปร่างต่างๆ แบบที่มามี้บอกว่าไม่เห็นที่กรุงเทพนานแล้วครับ

พอเสาร์อาทิตย์เราก็ไปเที่ยวซาน ฟรานซิสโก กันเป็นประจำ บางทีไปทั้งเสาร์ทั้งอาทิตย์เลย สนุกมาก ผมชอบ Golden Gate Park โดยเฉพาะจำลอง earthquake ใน California Academy of Science ตื่นเต้น scary มากเลยครับ มามี้บอกว่า ซ้อมไว้ เวลาเจอของจริงจะได้ตั้งสติได้ (เดี๋ยวโพสต์หน้าผมค่อยมาอัพรูปนะ)

นี่เป็นรูปวันที่พวกเราไปดูเครื่องบินรบที่ Pier 39 สนุกจริงๆ เครื่อง Blue Angels เท่มาก

IMG_9165.JPG

IMG_9168.JPGน้องผมเป็นทอมบอย แต่สวยน่ารัก (ผมชอบบอกว่าฟ้าใสน่ารักจนไม่รู้จะทำยังไงเลย…)

IMG_9156.JPG

 

 

ตำรวจใจดีให้ผมนั่งรถตำรวจด้วยครับ ผมถามว่าทำไงถึงเป็นตำรวจได้ คุณตำรวจตอบว่า “Listen to your mom and dad, and listen to your teachers.” (มามี้ผมถือโอกาสเอามาอ้างอยู่เรื่อยเชียวล่ะ)

พอเข้ามาในบ้าน ตอนเย็นๆ ผมกับน้องชอบวาดรูป ผมวาดเยอะมากๆๆๆเลยล่ะ ช่วงนี้ผมเรียน art ทุกวันพุธ วาดสวยจนมามี้อึ้งเลยว่าเด็ก 4 ขวบ ทำไมวาดเก่งจัง ส่วนครูที่โรงเรียนเก่าผมก็บอกว่า ผมมีความจำเหมือนกล้องถ่ายรูป photographic memory ครูที่โรงเรียนนี้ก็บอกว่าผมฉลาดมั่กๆๆๆ

แต่ผมก็มีเรื่องต้องพัฒนาที่คุณครูบอก คือ ผมสนใจใฝ่รู้มาก แต่ถ้าผมรู้แล้ว ผมก็จะไม่รอให้คนอื่นค่อยๆตามละ ผมจะไปเรื่องอื่นแล้ว หรือการเขียนในห้อง ถ้ามันน่าเบื่อผมก็ไม่เขียน อีกอย่างคือผมไม่รู้จักคำว่า No (จริงๆคือผมไม่สนน่ะแหละ) … บางทีก็แกล้งเพื่อน (อันนี้มามี้งงมาก) มีเพื่อนชื่อ Cole คิดถึงแม่มาก ต้องเอาตุ๊กตาสัตว์มาด้วยทุกวัน วันนึงผมเอานกฮูกหิมะเค้าไปซ่อนหลัง easle เค้าร้องไห้หนักมากๆ  ทุกคนในห้องเรียนช่วยกันหาใหญ่เลย ในที่สุดผมก็เฉลยว่าอยู่ตรงนี้เองไง … >< โดนคุณครูดุ และฟ้องมามี้เลยครับ

IMG_9426-0.JPG

บางทีผมก็เหม่อ ไม่ตั้งใจเขียนหนังสือ คุณครูวิเวียนที่ไม่ค่อยได้มาสอนห้องผม ต้องถามมามี้ว่า ผมเขียนเป็นรึเปล่า เพราะเห็นผมเขียนนิดนึง แล้วพอครูไปที่เด็กคนอื่น จนกลับมาที่ผมอีกที ผมก็ยังไม่ได้เขียนเพิ่ม หรือมิสซิสราว ก็คิดว่า ผมเข้าใจคำสั่ง แต่ไม่ยอมทำตาม …

ในขณะที่ ถ้าเป็นเรื่องถามตอบ หรือพูดคุยในคลาส ผมจะรู้มากกว่าเด็กคนอื่น เรื่องแม่เหล็ก คอมแพส อะไรก็สนใจและรู้ไปหมด แต่ตื่นเต้นเกินไปหน่อยจนบางที interrupt คุณครู และบางทีก็เป็น class clown แบบที่ Dr. Lloyd บอกเลย…

มามี้แด๊ดดี้คิดว่า น้องฟ้าใส เป็นเด็กฉลาด แบบปกติ คือเฉลียวฉลาดน่ารัก แต่ไม่แปลก เลี้ยงไม่ยาก กินง่ายนอนง่าย ไม่คิดมาก

IMG_9427-0.JPG

ในขณะที่มามี้คิดว่าผมเหมือน Steve Jobs คือเป็นคน intense ทำอะไรจริงจัง เต็มไปด้วยไฟ มีพลังงานสูง และฉลาด แต่อาจจะเรียนแบบธรรมดาๆไม่ค่อยรุ่งเท่าไหร่ เพราะไม่ตามกรอบ และพลังสูงเกิน …

หลายๆครั้งมามี้บอกกับแด๊ดดี้ว่า “มีลูกเป็นสตีฟ จ็อบส์ ต้องอดทน”

มามี้แด๊ดดี้เห็นตรงกันว่า ผมตรงตามนิยาม Gifted ชัดๆ แบบที่โรงเรียนสำหรับเด็ก gifted นิยามไว้เลย … หรือผมต้องไปเรียนโรงเรียนเด็กอัจฉริยะ อย่าง Helios หนอ? ไม่รู้เรียนโรงเรียนรัฐ 10 แต้มแห่ง Palo Alto  อย่าง Walter Hays หรือ​โรงเรียนเอกชนที่เน้นวิชาการแบบ Stratford ไปเรื่อยๆจะเหมาะไหม

(ในที่สุด มามี้ แด๊ดดี้ ก็เลยพาผมไปทดสอบ giftedness  กับ Dr. Brad ซึ่งผลคือ ผมมี IQ ตั้ง 153 แน่ะครับ! exceptionally gifted เลยล่ะ มามี้เลยได้คู่มือวิธีเลี้ยงลูก อัจฉริยะ กลับมาเป็นการบ้าน)

โดยปกติผมเป็นเด็กคิดเยอะ ลึกซึ้ง

ผมวาดรูปบอกรักมามี้ทุกวัน เก็บหินรักให้มามี้แทบทุกวัน ผมมักวาดชุดมามี้ที่เป็นลายเส้นๆ stripes

เมื่อวานซืน (October 21, 2014) เป็นครั้งแรกที่ผมฝันว่าผมมีแฟนแล้ว

ตื่นมาตอนเช้า ที่โต๊ะอาหาร ผมเล่าให้มามี้ฟัง หน้าตามีความสุขว่า

จอนจอนฝันว่าจอนจอนเดินที่บีช กับแฟนจอนจอน น่ารัก สวยๆ จูงมือกัน

มามี้ถามด้วยความอยากรู้ว่า แฟนผมสีอะไรครับ

blonde! (สเป็คผมต้องสาวผมทองนะคับ)

ตอนแรกผมคิดว่าเพิ่งเจอกัน แต่แต่งงานกันแล้ว

มามี้ถามว่า เพิ่งเจอกันจะแต่งงานกับ stranger เหรอ

ผมเลยเปลี่ยนว่า จอนจอนว่าเจอหลายครั้งแล้วล่ะ ^_^

แต่เมื่อคืนนี้ ผมเปลี่ยนเป็นผมจะแต่งงานกับ Elsa และจะบอกให้ Elsa give me some magic จะได้ช่วยกัน มามี้บอกว่าอีกหน่อยเลือกได้คนเดียว ผมเลยบอกว่า จอนจอนเลือก Elsa นี่แหละ

แล้วผมก็แพลนวิธีหาเงิน การขายของ เก็บตังค์ การสร้างบ้านให้สวยๆเป็น castle ให้พวกเราอยู่ด้วยกัน มีลูกผมด้วย

และก็โรงเรียน…ผมไม่ไปนอนที่โรงเรียน (มหาลัย) หรอก จะนอนที่บ้าน พอผมโต ผมจะกลับไปอยู่ Palazzo Skuky ของพวกเรา (ผมรู้ด้วยว่า Palazzo sounds like a palace.) น้องผมเรียกว่า Palazzo Cookie สงสัยจะอร่อยน่าดู งั่มๆ

โอย…แผนผมเยอะมาก ซับซ้อนและยาวด้วย ทุกคนต้องตั้งใจฟัง เวลาเล่าต้องใช้พลังสมองคิดหนัก และเล่านานมาก แค่เล่าก็เหนื่อยแล้ว (แด๊ด แซว ขณะผมกำลังตั้งใจเล่าว่า “เหนื่อยมากเลยลูกแด๊ด” ทำเอาผมเกือบโกรธแน่ะ เสีย flow ในการเล่าหมด)

ผมวางแผนการตายไว้ให้มามี้สุดที่รักอีกต่างหาก ว่าให้อยู่ graveyard

และผมก็ไม่ไปพระจันทร์หรอก เพราะมันไกลเกินไป อยู่ graveyard ด้วยกันหมดเลย ที่บ้านนี่แหละ

________________

ล่าสุด ผมก็คิดหนักอีกว่า ตายแล้วไม่อยากไปสวรรค์ เพราะกลัวไปคนละที่กับมามี้

แต่ถ้าได้ไปที่เดียวกันก็ไปก็ได้ (ลึกซึ้ง ช่างคิดได้)

มามี้เลยบอกว่า มามี้จะมารอรับ จะได้ชัวร์ว่าเราไปที่เดียวกัน อิอิ

__________________________________

I’m not going to cry for the last time when you die, mommy. Because I don’t want you to die.

(มามี้บอกว่า ผมโตขึ้นจะร้องไห้น้อยลงเรื่อยๆ จนอาจจะร้องอีกที ก็ตอนมามี้ตายเลย) ผมจะไม่ร้องไห้ครั้งสุดท้ายตอนมามี้ตาย

… เพราะผมจะไม่ให้มามี้ตาย … จะไม่มีวันนั้น

 

IMG_9424-0.JPG

ปล. ผมมีแฟนแล้วนะ ชื่อเอมิลี่ ผมบอกโค้ชชาลี (soccer club) ว่า She’s my girlfriend. She’s beautiful. แล้วบอกมามี้ว่า I’m going to marry Emily when I grow up. มามี้ถามว่าผมถามเอมิลี่รึยัง ผมตอบด้วยความมั่นใจว่า “Yeah! And she said I want to marry you too!” >_<

IMG_9300.JPG

 

นี่ไง Emily กับว่าที่แม่ยายผม เป็นหมอจบสแตนฟอร์ด

________________________________

น้องฟ้าใสติดขวดนมเกินไปแล้วนะคะ หมูอ้วนชักจะฟันเก

มามี้แด๊ดดี้คิดจะให้หนูเลิกขวด หนูก็ร้องใหญ่ ว่าจะเอา bottle

เพราะกล่องที่เป็นหลอด “เดี๋ยวหกหรอก”

และก็ติด Pooh bear & Google bear มากๆเลย

กลับมาบ้านเหนื่อยๆ หนูก็จะต้องนอน charge พลัง สักครึ่งชั่วโมง นอนเล่นบนเตียง กินนม เล่นตุ๊กตา

จนหายเหนื่อย หนูก็จะวิ่งปรู๊ดออกมา เรียกหา “มามี้!!!” “ฟ้าใสมาแล้วค่า”

น่ารักที่สุดในโลกเลยค่ะ น้องหมู

หนูรักพี่ชาย ติดพี่ชายมาก แต่หนูงกมากค่ะ ไม่ค่อยจะแชร์อะไร  (พูดเต็มปากเต็มคำ “ฟ้าใสไม่แชร์”) เวลาแชร์ที มามี้เป็นปลื้มสุดๆ

ช่วงนี้กลับมาติดมามี้ใหม่ละ คะแนนนิยมมามี้พุ่งสูง อะไรๆก็เอามามี้ นอนกับมามี้ มามี้เดินด้วย มามี้ถีบจักรยานให้ฟ้าใฝนั่ง (เรียกตัวเองว่า ฟ้าใฝ :D )

ชอบเล่นบอลกับมามี้ สั่งมามี้ sit down!

แล้วทำไมหมูไปเรียนโรงเรียนฝรั่งเศสแต่พูดอังกฤษเก่งล่ะคะ

เวลาคุยกับตุ๊กตาก็คุยเป็นภาษาอังกฤษใหญ่เลย แหมน่ารักจริง

มีวันนึงเล่นตุ๊กตารัสเซีย แด๊ดถามว่า ฟ้าใสเล่นอะไรอยู่คะ?

“ฟ้าใสเล่นจิ๋ว”

What are you playing, Annabella? แด๊ดลองถามภาษาอังกฤษ

“I’m playing …. (คิดหนัก) … จจิ้ว! jiu!” (แหม มี accent คำว่า จิ๋วกลายเป็น จิ้วว)

_________________________

เพื่อโรงเรียนของพวกผม (และทำงานสะดวกขึ้นด้วย) เราเลยย้ายกลับมาอยู่บ้านใน Palo Alto ซึ่งเพื่อนบ้านดีมากๆๆ และเพื่อนที่โรงเรียนก็ดีมากครับ ทั้งเด็กๆและพ่อแม่มีมารยาทงาม น้ำใจงาม จนมามี้แด๊ดดี้รู้สึกว่าต้องพัฒนาตนอีกระดับ ให้เข้ามาตรฐานชาว Palo Alto

เราทำบ้าน ตอนแรกมีเป้าหมายให้พออยู่ได้มากกว่าเดิม (มี officeใน Palo Alto ด้วย ทำอะไรก็สะดวกขึ้น) แต่พอทำไปเรื่อยๆออกมากลายเป็น สวยจน Jerry เข้ามาแล้วตะลึงพร้อมกับบอกว่า [ This is Magazine Photo ] ไปเลยคับ!!!

สิ่งที่พวกเราทำก็คือ

1. ทุบผนังเพื่อเชื่อมห้อง living room กับห้องด้านหน้าห้องนึงเข้าด้วยกัน เพื่อให้ห้องด้านหน้ากลายเป็นห้องกินข้าว (dining room)

2. วิธีกำจัดกลิ่นอับ … รา … ของบ้านอายุ 90 ปี

เครื่อง air purifier 2 ตัว … ยังไม่เวิร์ค

ต้องนี่เลย เครื่อง Ozone! สุดยอดมาก กลายเป็นบ้านใหม่ขึ้นมาทันที

กลิ่น fresh มาก เยี่ยมที่สุด

3. ทำห้องน้ำใหม่หนึ่งห้อง

เปลี่ยนทุกอย่าง sink, vanity, faucet, toilet, bathtub, tiles

มามี้และแด๊ดดี้ติดใจ หินอ่อน Calacatta จาก Italy (ไม่ใช่ Calcutta อินเดียนะครับ) ตั้งแต่ตอนไปเห็นบ้านที่ Fremont Ave. ใน Menlo Park โดยจุดเด่นคือ มันจะขาว และมีลายเส้นสีเทาที่เด่นชัด

โดย Calacatta, Carrara, และ Staturio จะมาจากเมือง Carrara ใน อิตาลี ทั้งนั้น

เราไปซื้อกันที่โรงงานเลย หินอ่อน Calacatta แผ่นใหญ่ 12×24 นิ้ว และมามี้กับแด๊ดดี้ช่วยกันเรียงลายอยู่นาน ในที่สุดก็ออกมาสวยงามอลังการงานสร้างมากครับ ผมเรียกลายบนพื้นว่า dragon

ขนาดคุมช่างเอง การทำห้องน้ำก็ยังมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ถึงจะไม่สูงเท่าถ้าจ้างคนแพงๆมาทำก็เถอะ

ค่าแรงที่นี่แพงจริง ค่าช่างประปายังแพงกว่าอ่างน้ำวนอีกครับ

แค่ขยับโถส้วม 1 นิ้ว ก็ 2,000 ดอลล์แล้วครับ! มามี้บอกว่าไม่ต้องขยับ ช่างประปาไม่ยอม บอกว่ามันผิดกม. ชิดเกินไป (ฮ่วย!) แถมเบี้ยวไม่สวยอีก ฯลฯ

มาตรฐานที่นี่สูงจริง สมกับเป็นประเทศพัฒนาแล้ว  เช่นทุกห้องน้ำ ต้องมีเครื่องระบายอากาศอัตโนมัติ

ส่วน sprinkler ใครๆก็ไฮเทค

ส่วน American Standard bathtub เราถูก เป็น jet tub ที่ถูกที่สุดละมั้ง แค่ $599 แต่คุณภาพสุดยอด มามี้บอกว่า เจ๋งกว่า ยี่ห้อ จาคุซซี่ ที่เรามีที่อีกบ้านนึงอีก

ส่วน sink faucet แด๊ดดี้สั่งของ Restoration Hardware รุ่น Lugarno สี Polished Nickel เรื่องสีนี้มามี้งง จนต้องไปดูที่ร้านว่า Polished Nicket กับ Polished Chrome ต่างกันยังไง

พบว่ามันก็สีเงินทั้งคู่แต่ Polished Nickel สีอบอุ่นกว่านิดนึง ดูมีแววทองนิดนึง ไม่ได้ออกฟ้าๆแบบ  chrome เราก็เลยเลือก Polished Nickel เพราะดูหรู แปลก และดูแพงกว่า ไม่เหมือน chrome ที่ของราคาถูกก็ทำสีนี้เยอะ

ตอนเราเลือก tub spout กับ พวก trim/ valve / shower head อันนี้เราไปดูตาม Home Depot, Lowes ปรากฏว่า เลือก Kohler มา … ข้างในมันพลาสติกๆ แถมดูมีจุดๆ ดำๆ ขำๆ ราๆ พิกล มามี้เลยเอาไปคืน แล้วเลือกอันใหม่ ลอง Grohe ซึ่งโรงแรม Intercontinental ที่โตเกียวที่เราเคยพักใช้ และแด๊ดดี้ว่าสวยและใช้ดีมาก … แต่ ที่ร้านมี Grohe แค่ 2 รุ่น เป็นรุ่นเริ่มต้น Start ดูเชยๆยังไงไม่รู้ ดูไปดูมา พนักงานอาวุโสคนนึงมาบอกเราว่า ถ้าซื้อ Grohe ไปไม่มีทางผิดหวังในคุณภาพแน่นอน ถ้าอยากได้คุณภาพ ไม่เอาพลาสติกฉาบสี ต้องไม่ใช่ Kohler (สำหรับเราเมื่อก่อนก็ว่าหรูแล้วนะ) ต้อง Grohe จากเยอรมันอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากได้คุณภาพจริงๆ ก็ต้องไม่มาร้านแบบร้านเรานี้ ต้องไป plumbing store – อันนี้ความรู้ใหม่ครับ มามี้นึกว่ามันร้านสำหรับช่างประปา เพิ่งรู้ว่าร้านของหรูๆ ดีๆ

แด๊ดดี้มามี้ก็เลยไป plumbing store ชื่อว่า plumbing n things ได้ trim ของ Hansgrohe มา และได้ tub spout แบบ custom ยี่ห้อ Altmans แบบน้ำตก หนัก ใหญ่ และสวยมาก เหมือนที่โรงแรม Rosewood ที่เราเคยพัก และผมชอบมาก … แด๊ดดี้เพิ่งเข้าใจเพื่อนแด๊ดว่าตอนเค้าซื้อบ้านใหม่ เฟอร์นิเจอร์และของต่างๆยังไม่มี อะไรๆก็สั่ง custom หมด คงประมาณนี้แหละ

4. ทำบัว กรอบประตู และตีไม้ ใหม่ หรือที่เรียกว่า wainscoting

 

5. ทาสีใหม่ เราเลือกสี Shaker Beige อ่อนกว่าปกติ 50% สำหรับ living room ส่วน ห้องน้ำตอนแรกเราจะเอาสี Edgecomb Gray แต่พอทาออกมาแล้ว มามี้งงว่า ไม่เห็นจะเทาสมชื่อเลย ! นี่มัน beige ชัดๆ สงสัยจะขึ้นกับทิศทางแสงที่เข้าทางหน้าต่างนะคับ มามี้เลือกอยู่อีกนาน หรือจะ Revere Pewter ยอดฮิตของพวกอินทีเรียใน  Houzz จนแด๊ดมาชี้ให้ว่า จะเอาเทาๆก็ต้องเทาไปเลยไม่มีเบจปน เช่น stonington gray

มามี้เทียบไปเทียบมา เลยตกลงเอา stonington gray 75% ละกัน (เรียกอีกชื่อว่า Brushed silver)

พอทาออกมาแล้ว … นี่มันสวรรค์ชัดๆ เหลือเชื่อที่สุดในสามโลก นี่มันห้องน้ำขนาดเล็กที่สวยที่สุดตั้งแต่เคยเห็นมา (เว่อร์จริงๆ เพราะมามี้ชอบมากๆ)

6. Restoration Hardware furniture

7. Fireplace ตอนแรกเราว่าจะปิดไปเลย เพราะเปลืองเงินค่าทำ คิดไม่ออกด้วยว่าจะทำยังไงถึงสวยและไม่กระเป๋าฉีก

แต่คิดอีกที บ้านที่มี fireplace มีมูลค่าสูงกว่าบ้านที่ไม่มี พอสมควร เราอุตส่าห์มีแล้วไปปิดมัน ก็เหมือนลดราคาบ้านตัวเองน่ะสิ

บังเอิญไปเจอหินอ่อน Staturio สวยมากๆ เป็นหินแบบเดียวกับที่ Michaelangelo ใช้สลักรูปปั้นเดวิด เลยเอามาทำ fireplace

 

_____________________________________

วันนี้น้องตัดผมมามี้เป็นช่อเลย พี่ชายช่วยปกป้อง บอกว่าสงสัยผมหลุด แต่จริงๆแล้วเห็นว่าน้องตัด

น้องเอากรรไกรออกมาจากกระเป๋าสุดสวยของตัวเองมาโชว์

ตอนเราไหว้ คุณตา ครบรอบ หนึ่งปีที่คุณตาจากไป อยู่ๆรูปคุณตาก็ตกลงมา แด๊ดดี้บอกว่าคุณตาศักดิ์สิทธิ์แฮะ

_____________________________________

เลี้ยงลูกสดใส สไตล์ Palo Alto

เมืองที่พวกเราอยู่เป็นชีวิตที่เหมือนอยู่ในฟองสบู่ เป็นเมืองที่ได้รับการจัดอันดับว่าน่าอยู่ที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ของ อเมริกา และเป็นเมืองที่ สตีฟ จ็อบส์ (Apple) มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ค (Facebook) และ แลรี่ เพจ (Google) อาศัยอยู่กับครอบครัว

ที่นี่เหมาะกับการเลี้ยงลูกสุดๆ ทั้งความปลอดภัยที่สูงมาก จนเรียกได้ว่า เด็กๆที่โตมา อาจจะไม่เข้าใจว่า ความไม่ปลอดภัยคืออะไร เพราะสามารถเดินเล่นได้ทั้งเมือง ทุกคนทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก ทักทายกันเหมือนรู้จักกันมานาน สามารถเข้าบ้านเพื่อนใหม่ที่เพิ่งเจอเพื่อไปกินคุ้กกี้โฮมเมด วางรถเข็นเด็กราคาหลักหมื่นไว้หน้าบ้านทั้งวันทั้งคืนก็ไม่หาย รถก็ไม่จำเป็นต้องล็อค

ค่านิยม แนวคิดของคน นั้นก็ มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อ ติดดิน มีความคิดสร้างสรรค์ เรียนเก่งสุดๆ หันไปทางไหนก็มีแต่คนจบ Stanford, MIT, Harvard, etc. เป็นที่ที่คนกำลังกำหนดอนาคต ทุกคนที่คุยด้วย ล้วนมีเรื่องน่าสนใจ หรือกำลังทำสิ่งประดิษฐ์เปลี่ยนโลก

เด็กไม่มีปัญหาติดยา รักในวัยเรียน ฯลฯ แถมยังเติบโตสมวัย ไม่แก่แดด เรียกว่า คนละโลกกับภาพที่เห็นใน ฮอลลีวูด เลย

อากาศก็ดี กิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กและพ่อแม่เยอะมาก

ช่างเป็นชีวิตที่สดใสสำหรับเด็กและพ่อแม่เหลือเกิน ^_^

ที่นี่เป็นสิ่งแวดล้อมที่สร้างเสริมความสุขให้กับคน

เพราะช่วยให้มีชีวิตที่มีเครือข่าย ไม่หัวเดียวกระเทียมลีบ (

ใครที่บอกว่าฝรั่งไม่มีญาติ อยู่หัวเดียวกระเทียมลีบ นี่ไม่จริงเลย

เมื่อวานนี้เราไปงานวันเกิด Emily แล้วก็มีงาน St. Raymond Pumpkin Festival ต่อ

บ้าน Emily อยู่ใกล้ๆกับตายายที่อยู่เมือง Saratoga โดยกำลังสร้างบ้านใหม่อยู่เมือง Menlo Park

ทั้งตายาย เห่อหลานน่าดู

)

มีกิจกรรมให้เล่นอย่างสร้างสรรค์เยอะ

ส่งเสริมให้คนเน้นการฝึกฝน และเป็นผู้เชี่ยวชาญ เพราะที่นี่น่าจะเป็นศูนย์รวมของคนรวยสุดๆ และ เก่งสุดๆ ที่ “ขยันสุดๆ”

IMG_9201.JPG

 

ปล. หนังสือมามี้ออกตีพิมพ์เดือน กย. 2014 นี้แหละครับ ติดอันดับขายดี Top 5 ของซีเอ็ดไทยเลยล่ะ

ช่วงนี้ Flipjam รุ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ติดอันดับ Top 30 ของอเมริกา  มามี้จด patent และ งานเยอะมาก

ยังทำงานทั้งกลางวันกลางคืน แต่ก็มีเวลาเล่นกับลูกด้วย <3 แด๊ดดี้ไม่สบายมากๆหลังกลับจาก Victoria แต่ยังฝืนทำต่อไป ส่วนมามี้เป็นหลายอย่างที่หมอไม่แน่ใจ…:(

มามี้ชอบบอกว่างานแบบนี้เหมือนยาเสพย์ติด และเหมือนติดเกมส์ด้วย เพราะให้ความสุขชั่วคราวให้เราชื่นใจเวลาทำ, เวลาอันดับดีๆ หรือได้เงินทีละเยอะๆ, เวลาได้เจอคนดังๆที่ชื่นชมเรา แต่มีผลเสียหลายด้านในระยะยาวสำหรับครอบครัว…เหมาะกับคนอายุน้อยๆ หรือไม่มีครอบครัว (หรือพวกเอาครอบครัวมาทีหลัง)

As Mitch Kapor said, “It wasn’t my ambition to run a big company. I wanted to do this great product and make a big business out of it. But I didn’t find the positive parts of running this big show to be very gratifying. . . . I like to be left alone to do my own thing. But instead, I was a prisoner of the spreadsheet (the apps in mommy’s case).”

ท้ายสุดนี้…น้องฟ้าใส 2 ขวบแล้วค่า (^_^)

Annabella and Daddy @ Palazzo Skookie :D

And…Annabella turned 2!

 

 

 

This entry was posted in Blog ภาษาไทย, Travel ท่องเที่ยว. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>