About

Hey there, I’m Patty Mink! I am mom to my beautiful baby Jonathan, whose joy and resilience are truly contagious. I’m married to my best friend, Nathan, who is such a wonderful husband. Though he has ADD and is thus (ironically) consistently inconsistent, I have yet to find someone as loving, amusing, inspiring, and creative as he is. Everyday I count my blessings and smile. :D

Here at The Happiest Mama, you will find pictures and stories–mostly the fun in our lives. I also write about our activities in the San Francisco bay area, travel, product reviews, and our latest Apps.

Professional Life of The Happiest Mama:

I’m a co-founder/CEO of Fontogram (to be released soon!), a startup in Palo Alto, CA.

I love using and developing usable+beautiful software. Crafting new computing environments to maximize function, form, and simplicity is something I’m all into. I hold Master’s degrees from Stanford and Cambridge, and am a Stanford PhD dropout from the Stanford’s GSB and STVP (Stanford Technology Ventures Programs) programs. I was born in Thailand and have also lived in Denmark and England. My undergraduate  training was in computer engineering. I was a co-founder and UI developer of an Emeryville startup, which won Google’s Best Overall and Most Intelligent Gadget Awards in 2006, and was acquired in 2007. From 2007-2010, I did my PhD at Stanford. My research work focused on online users and social computing, drawing from sociology, psychology, and computer science. (Below is a glimpse of my research.)

Analysis of Social Influence in Online Book Reviews.– AAAI’s ICWSM 2009, San Jose, CA, (2009)

The Road to Stardom: Ideological Schism, Boundary-Spanning, and Status in Wikipedia.– International Sunbelt Social Network Conference XXIX, San Diego, CA, (2009)

Geo-Spatial Location-based Visualization of Network Dynamics.–International Sunbelt Social Network Conference XXIX, San Diego, CA, (2009) 

Sound-Assisted Self Portraits on
Mobile Cameras: Although I can’t see, I can hear.– ACM Symposium on User Interface Software and Technology, Monterey, CA, (2008)

 

GliFlix: Using Movie Subtitles for Language Learning– ACM Symposium on User Interface Software and Technology, Victoria, BC, (2009) 

 

Quitting my academic career when it was on the rise–just months after one of the most highly-regarded professors in OB told me “We believe you are going to be the greatest scholar of the decade.” was difficult but an obvious choice for me. I now have the freedom to tune into Jonathan’s rhythms, putting my agenda aside and just be with him. We often together discovered the joy and wonder of many wonderful things that I had taken for granted. By learning side by side with Jonathan (and often daddy), I have rediscovered my awe of the world — everyday is a new opportunity for learning. Plus, it’s really wonderful to nurture and teach the way I wish I had been. =)

 

มามะมิ้งค์ มีลูกชายหนึ่งหน่อผู้แสนจะอยากรู้อยากเห็นและมีความสุขอยู่เสมอ ชื่อว่าโจนาธาน  และมีสามีจอมเปิ่นผู้เซ่อซ่ายิ่งกว่าลูกชายวัยหนึ่งขวบเสียอีก

Blog นี้เขียนขึ้นเพื่อเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความสนุกสนานของคุณแม่มือใหม่ ส่วนใหญ่แล้วก็จะเล่าเกี่ยวกับชีวิตประจำวันใน Silicon Valley และอ่าวซานฟรานซิสโกของพวกเรา และในบางครั้งก็จะเขียนความคิดเห็นแนะนำสินค้าและหนังสือสำหรับแม่และเด็ก ที่ครอบครัวเราคิดว่าดี การท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆของพวกเรา ความสนใจอื่นๆ และเรื่องราวอาการสมาธิสั้นของแด๊ดดี้ผู้ฉลาดแต่บางครั้งก็ขาดเฉลียว (เนื่องจากเป็นสมาธิสั้นขั้นเทพ)

ชีวิตก่อนจะมามี The Happiest Mama Blog:

มามี้มิ้งค์ จบปริญญาโทด้านการวิจัยธุรกิจจากมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด รัฐแคลิฟอร์เนีย (Stanford University) ปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ (Cambridge University) และปริญญาตรีด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์จาก คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โดยส่วนตัวมามี้มิ้งค์ มีความสนใจเรื่องเทคโนโลยี โดยเฉพาะเรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์
มามี้มิ้งค์ เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและผู้พัฒนาอินเตอร์เฟซของซอฟท์แวร์ ซึ่งได้รับรางวัลจาก Google ว่าเป็น Google Gadget โดยรวมที่ดีที่สุด และฉลาดที่สุด เมื่อปี 2006 และได้ขายให้กับบริษัทในเมืองนิวยอร์คเมื่อปี 2007 (ผู้ร่วมก่อตั้งและวิศวกรอีกคนก็คือแด๊ดดี้นั่นเองล่ะค่า)

ก่อน หน้าที่จะมาอยู่ที่อเมริกา มามี้มิ้งค์ เคยเป็นวิศวกรซอฟแวร์ที่ประเทศเดนมาร์ก และ เป็นอาจารย์ประจำภาคการตลาด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

มามี้มิ้งค์และแด๊ดดี้ ย้ายมาอยู่ประเทศอเมริกาเพื่อมาเรียนต่อปริญญาเอกที่ Stanford University โดยงานวิจัยส่วนมากเป็นเรื่องเกี่ยวกับชุมชนออนไลน์ User Experience และ Social Computing ซึ่งเป็นศาสตร์ที่รวมแนวคิดจากสังคมวิทยา จิตวิทยา และ คอมพิวเตอร์

ปัจจุบันแด๊ดดี้ทำงานเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ ที่บริษัท Google

ส่วน มามี้มิ้งค์ ตัดสินใจที่จะทิ้งความก้าวหน้าทางอาชีพสายวิชาการไปหลังจากเจ้าตัวเล็กเกิด มา ซึ่งการตัดสินใจนี้เป็นการตัดสินใจที่จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย

เพราะ นอกจากงานวิจัยและการเรียนที่กำลังรุ่งแล้ว โปรเฟสเซอร์ บิล บาร์เน็ต และเกล็น แคร์โรล ที่แสตนฟอร์ดได้ประเมินผลงานทางวิชาการ และการสอบผ่าน field exam ของการเรียนปริญญาเอก ได้บอกมามี้มิ้งค์ว่า
โปรเฟสเซอร์ทั้งหลายใน group คิดว่า “คุณจะต้องเป็นนักวิชาการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทศวรรษอย่างแน่นอน”

มามี้มิ้งค์ต้องถามตัวเองว่า “สิ่งที่ฉันต้องการสำหรับโจนาธานในชีวิตของเขาคืออะไร?” คำตอบก็คือฉันอยากให้เขาเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข

มามี้มิ้งค์อยากจะปลูกฝังสิ่งต่างๆในตัวเขาเพื่อเพิ่มโอกาสที่เขาเติบโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข มีความรับผิดชอบต่อสังคม รู้จักคิดวิเคราะห์ มีความคิดเห็นที่เปิดกว้างและยอมรับความแตกต่างของผู้อื่น ด้วยมือของฉันเอง โดยที่โจนาธานจะต้องมีความรู้สึกอบอุ่นในวัยเด็ก เมื่อใดที่เขาหวนกลับมาคิดถึงวัยเด็ก เขาจะต้องยิ้มเพราะมีวัยเด็กที่เปี่ยมไปด้วยความสุขและอบอุ่น

ดังนั้นมามี้มิ้งค์ จึงได้ตัดสินใจที่จะอยู่บ้านเพื่อดูแลโจนาธานด้วยตนเอง 

แต่การเลี้ยงลูกแบบหัวเดียวกระเทียมลีบ ไม่มีญาติพี่น้อง คอยช่วยเหลือเลย จะมีก็แด๊ดดี้เป็นผู้ช่วย นั้นไม่ได้ง่ายเลย
โดยเฉพาะสำหรับเราสองคนผู้โตแต่หัว เพราะนั่งกดแต่คอมพิวเตอร์ทั้งวัน ความทะมัดทะแมงนั้นแทบไม่มี (อย่าว่าแต่อุ้มลูกเลย แค่แบกกระเป๋าโน้ตบุ้คยังแทบจะไ่ม่ไหว)

การเลี้ยงลูกกันเอง ทำงานบ้าน ทำบริษัทผลิต apps ของตัวเองไปด้วย โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ช่างเป็นความสุขที่ทรมานจริงๆ!!!

แต่ปัจจุบันนี้ มามี้มิ้งค์บอกได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า การได้เลี้ยงลูกเองนั้น … เป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่จริงๆ :)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>